[AFS] จดหมายฉบับที่ 3

posted on 07 Sep 2014 23:21 by naangsy in Experiences
จดหมายฉบับที่ 3 (กรกฎาคม - สิงหาคม)
 
 

ฉบับนี้จะเล่าย้อนไปถึงปลายเดือนมิถุนายนที่ไปเข้าค่ายที่อาร์เจนตินา ขอบอกว่ามีเรื่องสนุกๆเพียบเลยค่ะ นอกจากจะได้ไปอาร์เจนตินาแล้วแนนยังได้ไปบราซิล คราวนี้ไม่ได้ไปแค่ชายแดนแต่ไปเที่ยวที่บราซิลเลย แถมยังได้ไปค้างที่บ้านยายกับบ้านย่าที่อยู่อีกเมืองด้วย เดินทางบ่อยจนจะหายเมารถแล้วค่ะ ฮ่าๆๆ

เริ่มจากค่ายที่อาร์เจนตินา ค่ายนี้เป็นค่ายมิดสเตย์ที่เด็กอุรุกวัยจัดกันไปเรียบร้อยแล้วแต่พอดีว่าโวลันเทียร์ทางอุรุกวัยได้ประสานไปทางโวลันเทียร์อาร์เจนตินาว่าขอเข้าค่ายของทางโน้นด้วยได้มั้ย พอเค้าตกลงเราก็ดีใจกันเลยค่ะ ไม่ใช่อะไรหรอก คือจะได้ไปเที่ยวกันแล้ว ฮ่าๆๆ แต่ยังไม่ทันได้ไปไหนปัญหาก็มาเยือนเลยค่ะ ตอนที่ไปทานข้าวกับท่านทูตเมธา พี่บีที่ทำงานกับท่านทูตก็บอกแนนกับใบไหมว่าให้ดูพาสปอร์ตตัวเองด้วยว่าเป็นแบบเข้าประเทศได้หลายครั้งหรือเข้าได้แค่ครั้งเดียว แนนก็โอเค เดี๋ยวจะกลับไปดู พอรู้ข่าวว่าจะได้ไปเข้าค่ายที่อาร์เจนตินาเลยเอาพาสปอร์ตออกมาดู เท่านั้นแหละค่ะ งานเข้าทันทีเลย คือแนนหาไม่เจอว่าดูตรงไหน ฮ่าๆๆๆๆ เลยถ่ายรูปตรงวีซ่าอุรุกวัยแล้วส่งไปให้พี่บีดู พี่บีก็บอกว่าเดี๋ยวขอเช็คก่อนแป๊บ พอพี่บีทักแชทมาเท่านั้นแหละค่ะ งานเข้าจริงๆ พี่บีบอกว่าวีซ่าแนนกับใบไหมหมดไปตั้งแต่เดือนเมษาแล้ว ต้องไปต่อวีซ่าเท่านั้นถึงจะเดินทางไปเข้าค่ายได้ แนนก็กังวลสิคะเพราะต้องเสียค่าปรับตอนไปต่อวีซ่าด้วย เลยตัดสินใจไปบอกโฮสแม่แล้วให้เค้าคุยกับแพททริเซียที่เป็นโวลันเทียร์ใหญ่ที่ดูแลเด็กเอเอฟเอสในอุรุกวัย พอตกดึกมาเค้าก็โทรมาบอกว่าไม่มีปัญหานะ แนนกับใบไหมไปเข้าค่ายได้เพราะเค้ามีกระดาษอะไรซักอย่างที่ทำให้เรากลับเข้าประเทศได้ แต่แนนก็สงสัยอยู่ดีว่าสรุปแล้ววีซ่าของเราต่อรึยัง ตอนแรกแนนคิดว่าต่อแล้วเพราะมีช่วงนึงที่แนนเดินทางไปทำเอกสารกับแพททริเซียที่เมืองหลวง แต่พี่ใหม่รุ่นพี่อุรุกวัยบอกว่าตอนพี่ใหม่มาก็ไม่ได้ต่อเพราะแพททริเซียไม่ได้บอกอะไรเลย ตอนขากลับประเทศไทยพี่เค้าต้องเสียค่าปรับไปหลายดอลล่าร์เพื่อออกจากประเทศ แนนก็คิดอยู่ค่ะว่าจะถามให้รู้เรื่องไปเลยว่าสรุปแล้วมันเป็นยังไง ทริปนี้เป็นช่วงบอลโลกพอดีค่ะ แนน จีอาดา แมทดี้ พวกเราออกเดินทางตอนกลางคืนจากเมโลไปถึงมอนเตวีเดโอตอนสายๆ พอตกบ่ายเราก็ไปทำกิจกรรมที่ทางเดินริมหาด (ภาษาสเปนเรียกว่า La rambla) เพื่อเชิญชวนคนให้มาสมัครเป็นโฮสท์แฟมมิลี่เพราะเดือนสิงหานี้มีเด็กแลกเปลี่ยนมาลงที่อุรุกวัย 8 คนแต่ยังได้โฮสท์กันไม่ครบ เราเลยต้องช่วยกันสุดแรงเลยค่ะเพราะอุรุกวัยเป็นประเทศเล็กๆที่มีแพททริเซียเป็นคนดูแลและต้องดูแลทั้งประเทศ ไม่มีแบ่งเป็นเขตเหมือนที่อาร์เจนตินาหรือที่ไทย พอเย็นมาเราก็ไปรวมตัวที่อพาร์ทเมนท์ของโวลันเทียร์คนนึงเพื่อดูบอลโลกแมทช์ที่อุรุกวัยแข่งกับอังกฤษแล้วชนะไปด้วยสกอร์ 2-1 เป็นแมทช์แรกที่ซัวเรซลงเล่นด้วย พอจบเกมเราก็ออกไปเดินทัวร์ตามถนน คนที่นี่เค้าฉลองกันใหญ่มากยังกะได้แชมป์เลยค่ะ ฮ่าๆๆ มีทั้งขบวนพาเหรดที่ทุกคนร้องเพลงเชียร์อุรุกวัยกัน ไหนจะรถยนต์ที่วิ่งแล้วบีบแตรดังระงมไปทั่วเมืองอีก

 

พอดีวันนั้นเอาอูคูเลเล่ไปเล่นด้วยแล้วมีลุงคนนึงมาขอซื้อต่อค่ะ บอกจะให้มากกว่าราคาที่แนนซื้อมาสองสามเท่าเลยแต่แนนไม่ขายค่ะเพราะตัวนี้พ่อซื้อให้ 

 เป็นทางการนิดนึง

เต็มที่ค่ะเซ็ทนี้ ฮ่าๆๆ

  

  

จากนั้นเราก็เก็บของไปที่บัสเทอร์มินัลเพื่อรอรถไปอาร์เจนตินา การเดินทางไปอาร์เจนตินาจะมีสามแบบหลักๆ คือนั่งเครื่องบินจากมอนเตวีเดโอไปลงที่บัวโนสไอเรส นั่งบัสที่แนนจำไม่ได้แล้วว่าใช้เวลากี่ชั่วโมงไปลงที่บัสเทอร์มินัลในบัวโนส และนั่งบัสไปลงที่โคโลเนียที่เป็นเมืองท่าของอุรุกวัยแล้วต่อเรือเฟอร์รี่ข้ามฟากไปอาร์เจนตินา พวกเราไปแบบนั่งบัสต่อเดียวค่ะถึงที่นั่นก็ประมาณหกโมงเช้าได้ พอถึงพวกเราก็รอโทโมฮิโร่ โอเว่น และซาร่า เด็กแลกเปลี่ยนจากอุรุกวัยอีกสามคน ทริปนี้ไปกันทั้งหมด 10 คน รวมโวลันเทียร์ 3 คน หลังจากนั้นก็ไปรวมตัวกันที่ออฟฟิศเอเอฟเอสของเขตเรเดส แนนกับใบไหมเราเจอของหลายอย่างมากค่ะที่เป็นของประเทศไทย ทั้งธงประเทศไทย หนังสือที่เกี่ยวกับเมืองไทย รู้สึกภูมิใจไม่น้อยเลย เสร็จจากที่ออฟฟิศเราก็มีแพลนไปเดินชมเมืองกันค่ะเพราะจริงๆแล้วค่ายมันเป็นวันเสาร์และวันอาทิตย์แต่พวกเราไปถึงวันศุกร์ก็เลยมีทริปเล็กๆที่จัดโดยโวลันเทียร์ของเขตเรเดสเพื่อพวกเราชาวเอเอฟเอสอุรุกวัยโดยเฉพาะ ทั้งเดินชมเมืองจนขาแทบหลุด นั่งรถไฟฟ้าใต้ดินที่เก่ามากๆ (ที่บัวโนสเรียกว่า Subte) แถมบางทีมีเด็กเดินมาขายของแบบวางของไว้ที่ตักเราด้วย (ตรงนี้แอบช็อคนิดๆค่ะ) ไปกินอาหารในแถบที่ขึ้นชื่อว่าถูกมาก (อาหารในอุรุกวัยแพงกว่าที่บัวโนสเป็นสองเท่าเลยค่ะ) และเดินตามหาสตาร์บัคทั่วเมืองเพราะแมทดี้และโอเว่นที่เป็นเด็กอเมริกาอยากกินมากๆ ทริปนี้พวกเราชาวเอเอฟเอสอุรุกวัยเหมือนบ้านนอกเข้ากรุงเลยค่ะ ฮ่าๆๆ เพราะบัวโนสเป็นเมืองใหญ่ที่มอนเตวีเดโอเทียบไม่ติดเลย เดินเล่นไปร้องเพลงไป มีความสุขมากๆเลยค่ะ อ้อ มีนิสัยอีกอย่างของคนอุรุกวัยคือข้ามถนนไม่ดูไฟจราจรค่ะ โดนโวลันเทียร์อาร์เจนตินาเอ็ดบ่อยมาก เค้าบอกว่าพวกเธออยู่อาร์เจนตินานะไม่ใช่อุรุกวัย ก่อนข้ามถนนก็มองบ้าง ฮ่าๆๆ จบวันแห่งการทัวร์เมืองด้วยการแยกย้ายกันไปนอนที่บ้านของโวลันเทียร์ แนน ใบไหม แมทดี้ เราไปนอนที่บ้านของโวลันเทียร์ที่ชื่ออันนา เค้าเคยไปแลกเปลี่ยนที่นิวซีแลนด์และมีเพื่อนสนิทเป็นคนไทยด้วยค่ะ

  

ชอบกำแพงลายนี้ที่ออฟฟิศของเขตเรเดสในอาร์เจนตินามากๆค่ะ แฉอีกรอบว่าในรูปของใบไหมชี้ไปที่พม่าค่ะ ฮ่าๆๆๆๆ ส่วนรูปสุดท้ายนี่ถ้าจำไม่ผิดคือมีคนหัวเราะแนน รูปเลยออกมาเป็นแบบนี้ ฮ่าๆๆ 

นี่คืองานอดิเรกของพวกเราชาวเอเอฟเอสอุรุกวัยค่ะ ฮ่าๆๆ But first, let me take a selfie..

เดินทั่วเมืองตามหาสตาร์บัคส์ค่ะ รูปบนนี่สาขาแรกที่ไปมันปิด ทุกคนเลยเศร้ากันเป็นแทบๆ ฮ่าๆๆ รูปล่างนี่เป็นอีกสาขาที่เดินหาจนเจอค่ะ ทุกคนสนุกสนานมากแต่แนนกับใบไหมไม่ได้อยู่ในรูปนี้เพราะมันแพงเราสองคนเลยไม่ซื้อ เลยไปเดินเล่นกันใกล้ๆ พอกลับมาดันโดนดุอีก ฮ่าๆๆ

เซลฟ์ฟี่กับเมสซี่ค่ะ เขินมาก ฮาาาาาา

ข้างขวานี่บัตรขึ้นรถไฟใต้ดินค่ะ ตกเที่ยวละ 5 เปโซอาร์เจนตินา (คูณ 4 เข้าไป) ก็ตกเที่ยวละ 20 บาทไทย ไปได้ทุกสถานี แต่ความสะอาด สภาพรถไฟ ความปลอดภัย MRT บ้านเราวินกว่าใสใสเลยค่ะ ถึงจะแพงกว่าก็เถอะ

โวลันเทียร์ที่อาร์เจนตินาพาไปกินอาหารในแถบที่ขึ้นชื่อว่าถูกมากค่ะ แฮมเบอร์เกอร์อันนี้ที่แนนกินเป็นแฮมเบอร์เกอร์แบบคอมพลีท มีเนื้อ ไข่ดาว บลาๆๆ เราเติมผักเองได้ตามใจชอบ แล้วมีผักหลายแบบด้วย ที่เด็ดคือมีซอสเผ็ดที่ใช้พริกแบบบ้านเราทำด้วย อร่อยมากๆค่ะ แฮมเบอร์เกอร์แบบคอมพลีทนี้ตกอันละ 25 เปโซอาร์เจนติน่า (ตอนนี้ค่าเงินอยู่ที่ 1 เปอาร์เจน = 3.82 บาทไทย คิดง่ายๆก็คูณ 4 เลยค่ะ) เท่ากับ 100 บาทไทย หรือ 75 เปอุรุกวัย (1 เปอาร์เจน = 2.88 เปอุรุกวัย คูณ 3 เข้าไป) ที่บอกว่าแพงกว่าก็เพราะ 1 เปอุรุกวัย = 1.33 บาทไทย คูณ 2 เข้าไป ก็เท่ากับ 150 บาทไทย สรุปแฮมเบอร์เกอร์อันบิ๊กๆแบบนี้ กินที่อาร์เจนจ่ายไป 100 บาท ถ้าหากินที่อุรุกวัยต้องจ่ายไป 150 บาท แต่โทษทีค่ะ หาไม่เจอหรอกเพราะ 75 เปอุรุกวัยนี่ซื้อแฮมเบอร์เกอร์แบบนี้ไม่ได้  

นี่คือแบบจำลองของน้ำตกอิกวาซู น้ำตกที่ตั้งอยู่ในพรมแดนระหว่างอาร์เจนตินากับบราซิลค่ะ

 

 สะพาน Puente de la Mujer

 

 

  พอตื่นเช้ามาก็เป็นวันที่เราต้องทำกิจกรรมในค่ายกัน ซักพักก็เริ่มมีเด็กแลกเปลี่ยนทยอยมาถึงที่ออฟฟิศ ได้เจอคะนิ้งกับมุกที่เป็นเด็กไทยด้วย เราเลยกลายเป็นสี่สาวไทยท่ามกลางฝรั่งค่ะ ฮ่าๆๆ แนนได้รู้จักกับเด็กผู้ชายจากสวีเดนคนนึง ชื่อมาร์คุส เค้าถามแนนว่าอยู่มากี่เดือนแล้ว แนนก็ บอกไปว่าสี่เดือน พอได้ยินเค้าก็ตกใจค่ะแล้วถามว่าทำไมพูดได้เร็วจัง เค้าบอกว่าปกติมันยากสำหรับเด็กไทยไม่ใช่เหรอกว่าจะพูดกันได้ แนนก็เลยบอกไปว่ามันก็ไม่ได้ยากมากมายนะ เค้าเข้าใจผิดแล้วล่ะค่ะ เด็กไทยก็ไม่ได้แพ้เด็กชาติอื่นเหมือนกันนะ ฮ่าๆๆ คุยไปคุยมาเลยรู้ว่าเค้าเคยไปเที่ยวกระบี่มาด้วย เค้าชอบกินผัดไทยมากๆถึงขนาดที่ว่าไปร้านอาหารไทยแถวบ้านที่สวีเดนทุกอาทิตย์เพื่อไปกินผัดไทยเลย แล้วก็ได้รู้จักกับเด็กผู้ชายจากเยอรมนีอีกคน คนนี้ไม่ได้สนิทมากมายค่ะแค่รู้จักผิวเผินแต่เอาจริงๆคือเค้าชื่ออะไรแนนยังไม่รู้เลย ฮ่าๆๆ คนนี้ก็เคยไปเที่ยวประเทศไทยมาด้วย เค้าพูดคำว่าขอบคุณครับได้แล้วไหว้ให้แนนดูด้วย แนนเลยสอนคำว่าสวัสดีครับไปอีกคำ (อันที่จริงสอนคำว่าสวัสดีครัช ฮ่าๆๆ) พวกเราก็ทำกิจกรรมต่างๆกัน กินพิซซ่า มีพักดูฟุตบอลแมทช์ที่อาร์เจนตินาแข่งด้วยแต่พวกเราร้องตะโกนเชียร์อุรุกวัยแทน ก็เกรียนๆกันไปค่ะ เฮฮาดี จากนั้นก็มีคลาสเรียนแทงโก้ที่เป็นการเต้นที่ขึ้นชื่อของที่นี่ ขอบอกว่าหลงรักแทงโก้เต็มๆเลยค่ะ แนนได้เต้นกับเด็กผู้ชายที่ไหนไม่รู้ ไม่ใช่คนของเอเอฟเอสด้วย เค้าบ้าพลังมากๆ พอครูที่สอนถามว่าคู่ไหนจะออกมาโชว์บ้างเค้าก็ลากแนนออกไปทั้งๆที่ตัวเองยังเต้นไม่เป็นเลย ฮ่าๆๆ พอตกดึกมาเราก็ไปนอนกันที่โฮสเต็ลค่ะ อารมณ์เหมือนโรงแรมเล็กๆแต่เราต้องแชร์พื้นที่กับทุกคนที่เข้ามาพัก ทั้งโต๊ะกินข้าว ทีวี ห้องครัว ห้องน้ำ ยกเว้นห้องนอน เราก็กินอาหารที่เป็นฮอทด็อกกับขนมปังราดมายองเนสกับซอสมะเขือเทศ (เรียกว่า Pancho) มีปาร์ตี้เล็กๆ ร้องเพลง เล่นกีต้าร์กัน เป็นวันที่มีความสุขสุดๆเลยค่ะ

  

คนนี้ค่ะมาร์คุส มาถึงพร้อมพวกเราแต่พูดได้คล่องมากๆเลยค่ะ

มาร์คุสโดนจับมัดจุก ฮ่าๆๆ เค้าเป็นคนที่น่ารักมากๆเลยค่ะ พึ่งมาจำได้ทีหลังว่าคนนี้แหละที่แบ่งช็อกโกแลตให้พวกเรากินตอนมาถึงบัสเทอร์มินัลในอาร์เจนตินาวันแรกๆเลย ส่วนรูปสุดท้ายนี่ขอเซ็นเซอร์หน้าตัวเองหน่อยค่ะ หน้าป่วยเกินไป ฮ่าๆๆ

 

 

  เช้ามาเราก็ทำกิจกรรมต่อพอตกบ่ายก็ถึงเวลาปิดค่าย ตอนนั้นรู้สึกใจหายมากๆค่ะเพราะเพื่อนบางคนที่เราสนิทด้วยอย่างมาร์คุสก็ต้องแยกย้ายกัน ก่อนกลับเค้าก็บอกเรานะว่าแล้วเจอกันแต่เราก็ไม่แน่ใจไงคะว่าจะได้เจอกันจริงๆรึป่าว แนนเลยวาดรูปการ์ตูนเล็กๆให้เค้าไป และแล้วก็ถึงเวลาแจกของที่ระลึก แนนจำไม่ได้แล้วว่าพกเงินไทยมากี่บาท เป็นแบงค์ยี่สิบประมาณเกือบสองร้อย ก็ให้เพื่อนแลกเปลี่ยนอุรุกวัยด้วยกัน ทุกคนทึ่งมากแล้วชมใหญ่เลยว่าสวยจริงๆ แล้วพอดีมีเหรียญที่ติดกระเป๋ามาด้วย แนนก็แจกเลยค่ะ ให้โวลันเทียร์อาร์เจนตินาไป ฮ่าๆๆ นอกจากเราจะมีของให้แล้วทางโวลันเทียร์อาร์เจนตินาก็ให้ของเราเหมือนกันค่ะ มันคือผงน้ำผลไม้ที่อยู่ในซองที่เหลือจากในค่ายนั่นแหละ แล้วเอามาเขียนว่าของที่ระลึกจากค่าย ซึ้งมากกกกกกกค่ะ ฮ่าๆๆ วันนั้นเป็นวันสุดท้ายในอาร์เจนตินาเราเลยไปเดินเที่ยวกันอีกครั้งค่ะ ก่อนจะเก็บของไปรอรถที่บัสเทอร์มินัล พอถึงเวลารถออกก็ต้องใจหายอีกครั้งเพราะต้องลากับโอเว่นและซาร่าที่เป็นเด็ก NH2013 ซึ่งพวกเค้าต้องกลับประเทศช่วงเดือนกรกฎา ก็กอดกันบอกลากันไป ใจหายอีกรอบเลยค่ะ

 

 

 

  แต่ที่ใจหายมากๆจนถึงกับต้องเสียน้ำตาก็คือตอนที่โนร่า มาร์วิน แมทดี้ และจีอาดาต้องกลับประเทศ เราเป็นเด็กแลกเปลี่ยนที่สนิทกันมากๆค่ะเพราะอยู่เมืองเดียวกัน โดยเฉพาะแนนกับแมทดี้ วันที่จัดงานเลี้ยงส่งให้แมทดี้แนนได้ทำวีดีโอให้แมทดี้ด้วย เรากอดกันแล้วร้องไห้เพราะเอาจริงๆแล้วเราคุยกันตั้งแต่ก่อนบินมาที่นี่ประมาณสองเดือนได้ มันรู้สึกผูกพันมากๆ คืนนั้นกลับบ้านมาร้องไห้จนตาบวมหมดเลยค่ะ แมทดี้บอกว่าเจอกันที่ประเทศไทยนะ แนนก็บอกไปว่าเดี๋ยวจะรอ เรากอดกันกี่รอบต่อกี่รอบไม่รู้จนสุดท้ายถึงได้แยกกัน ทุกวันนี้ก็ยังมีคุยกันบ้างทางเฟซบุ๊คอยู่เลยค่ะ

รวมตัวกันที่บ้านของคอนแทคก่อนที่ทุกคนจะแยกย้ายกลับประเทศ

   แมทดี้ให้ของขวัญแนนเป็นเหรียญเซนต์กับธงชาติอเมริกาค่ะ 

 

 

กับครอบครัวก็เที่ยวกันบ่อยค่ะเพราะเมืองแนนใกล้กับชายแดนบราซิลแค่ไม่กี่ร้อยกิโล ว่างๆก็จะนั่งรถไปที่ดิวตี้ฟรีกัน แนนจะเป็นคนสำคัญของบ้านขึ้นมาทันทีเลยค่ะเพราะของหลายอย่างเค้าไม่ขายให้คนอุรุกวัย ต้องใช้พาสปอร์ตต่างชาติซื้อเท่านั้น ฮ่าๆๆ อย่างล่าสุดเป็นวันเด็กของที่นี่ โฮสก็พานั่งรถไปดิวตี้ฟรีแล้วให้เลือกของขวัญคนละชิ้น โฮสน้องสาวซื้อน้ำหอมค่ะ โฮสน้องชายซื้อตุ๊กตา แนนเดินหานานมากแต่ไม่รู้จะซื้ออะไร คิดไว้ว่าถ้าหาไม่ได้จริงๆจะซื้อของกินค่ะ ฮ่าๆๆ ช็อกโกแลตเอย เลย์เอย เพราะโฮสให้งบที่ 40-50 ดอลล่าร์ ก็ประมาณ 1000 เปโซอุรุกวัย แล้วไอ้ที่แนนอยากได้นี่ไม่ใช่น้ำหอมเหมือนโฮสน้องสาวด้วยสิคะ แนนอยากได้เสื้อบอล ฮ่าๆๆ แต่มันมากกว่า 70 ดอลล่าร์ทั้งนั้นเลย ก็เลยเดินหาจนเจอหมวกใบนึงค่ะ พอดีแนนชอบสะสมหมวก มานี่ก็ซื้อไปสองใบแล้ว อย่างเมื่อเดือนกรกฎาที่ผ่านมาเราวางแพลนกันว่าจะไปอาร์เจนตินาแต่พอดีโฮสพ่อที่เป็นจิตแพทย์ไม่มีวันหยุดยาวเหมือนพวกเราที่เป็นนักเรียน เลยตัดสินใจเปลี่ยนแพลนไปบราซิลแทนโดยไปวันเสาร์อาทิตย์ เราไปเมืองที่ชื่อ Pelotas อยู่ในเขตที่ชื่อว่า Rio Grande del Sur ก็ไปเดินดูทะเล ชมวิว กินอาหารบราซิเลี่ยน เดินห้างที่บราซิล เดินตลาดนัด จากทริปนี้ทำให้แนนมีจุดมุ่งหมายเพิ่มขึ้นมาอีกอย่าง นั่นก็คือแนนจะเรียนโปรตุกีสเพิ่มหลังจากที่ได้สเปนแล้วค่ะ เพราะภาษามันใกล้เคียงกัน บางทีเวลาเจอเพื่อนๆนักเรียนแลกเปลี่ยนด้วยกันโพสท์สเตตัสเฟซบุ๊คเป็นโปรตุกีส แนนอ่านแล้วก็เข้าใจค่ะเพราะบางคำมันคล้ายเลยเดาได้แต่ถ้าให้ฟังนี่ไม่เข้าใจ ฮ่าๆๆ การไปเที่ยวในที่ที่เราสื่อสารไม่ได้เลยนี่ก็แปลกและท้าทายไปอีกแบบค่ะ อย่างล่าสุดนี้ก็ไปเยี่ยมปู่กับย่ามาค่ะ ได้เจอลูกพี่ลูกน้องที่เป็นผู้ชายซะส่วนใหญ่ด้วย พวกเค้าชอบเล่นดนตรีเหมือนโฮสพ่อค่ะ เราก็เล่นดนตรี ร้องเพลง กิน อาซาโด้กัน เป็นการรวมญาติที่แนนชอบมากๆค่ะเพราะเป็นครอบครัวใหญ่ ให้ความรู้สึกเหมือนอยู่บ้านที่ไทยดี เมื่อก่อนหน้านี้ก็ไปเยี่ยมตากับยายที่เมืองหลวงมาค่ะ บ้านของตากับยายเป็นอพาร์ทเมนท์ซึ่งแนนไม่ค่อยชอบเพราะไม่มีที่ให้วิ่งเล่นเหมือนบ้านของปู่กับย่า ฮ่าๆๆ เราไปเดินช้อปปิ้งซะส่วนใหญ่ค่ะ แล้วได้มีโอกาสไปดูหนังในโรงหนังครั้งแรกด้วยเพราะเมืองแนนไม่มีโรงหนังนั่นเองค่ะ เราไปดู Maleficent กัน (ภาษาสเปนชื่อ Maléfica) รู้สึกประทับใจมากค่ะ สรุปว่าดูรู้เรื่อง ไม่รู้ว่าอยู่ที่นี่ดูหนังบ่อยจนชินแล้วหรือเพราะรู้ตำนานของเรื่องอยู่แล้วมากกว่า

  

 แมวที่บ้านยายค่ะ มันชื่อว่า คอนฟิเต้ Confite แปลว่าของหวาน ตัวใหญ่มาก วันๆเอาแต่นอน สีเหมือนการ์ฟีลด์เลยค่ะ

 

 มิลาเนซ่า Milanesa เป็นอาหารขึ้นชื่อของที่นี่ค่ะ ข้างในจะเป็นไก่ หมู เนื้อ แฮมกับชีส หรืออะไรก็ได้ตามที่เราชอบ คลุกไข่กับขนมปังแห้งที่ขูดแล้วมันเป็นผงๆจากนั้นก็เอาไปทอด กินกับเฟรนช์ฟราย มายองเนส ซอสมะเขือเทศ อ้อ ลืมอีกอย่าง กินกับโค้ก อร่อยมากๆค่ะ

 กิจกรรมยามว่างตอนที่ไปบ้านยายค่ะ

 

 ตอนที่ไป Pelotas, Brasil มาค่ะ ข้างบนเป็นบรรยากาศทะเลตอนพลบค่ำ ส่วนรูปนี้เป็นอาหารที่ซื้อมาจากร้านอาหารจีนในห้างแห่งหนึ่ง รสชาติใช้ไม่ได้เลยค่ะ ฮ่าๆๆๆ

 นี่คืออาซาโด้ Asado ค่ะ เป็นเนื้อย่างแต่ใช้วิธีย่างที่แตกต่างจากบ้านเรา ซึ่งเค้าจะใช้เตาแบบนี้ มีกันแทบจะทุกบ้าน เป็นหนึ่งในอาหารที่แนนชอบมากๆ ส่วนรูปล่างนี้เป็นหมาที่บ้านย่าค่ะ ชื่อ เตโอ้ Theo น่ารักมากๆค่ะ ชอบเล่นลูกบอล ขนาดแนนที่ว่าไม่ค่อยชอบหมาแมวเท่าไหร่ยังรักมันเลย

 

 

 

ส่วนเรื่องความสัมพันธ์ในครอบครัวก็ดีๆร้ายๆแล้วแต่วันค่ะ กับโฮสพ่อและแม่นี่ไม่มีปัญหาอะไรเลยแต่โฮสน้องสาวกับน้องชายนี่แล้วแต่อารมณ์พวกเค้าจริงๆค่ะ บางวันก็ดีกับเรามากๆ บางวันก็แทบจะไม่คุยกันเลย ประเด็นเรื่องน้องสาวนี่แนนไปปรึกษาหลายคนแล้วทุกคนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าถ้าไม่ย้ายโฮสก็ปล่อยเลยตามเลย เพราะมันเป็นบุคลิกของน้องสาวที่ค่อนข้างจะเข้ากับคนอื่นยาก เหมือนเค้ามีโลกของเค้าที่คนอื่นไม่เข้าใจ แนนก็พยายามทำทุกอย่างเพื่อพัฒนาความสัมพันธ์นี้แต่พอนานๆเข้าแล้วเหนื่อยค่ะ ก็เลยปล่อยแบบนี้แหละ วันไหนเค้ามีความสุข เค้าอยากคุยกับเราเค้าก็จะมาคุยเอง เพราะถ้าแนนมัวไปกังวลกับเค้ามันจะพลอยทำให้แนนไม่มีความสุขไปเองซะมากกว่า ส่วนน้องชายก็ไม่รู้เป็นไรค่ะ จากที่สนิทกันแรกๆตอนนี้เริ่มไม่แล้วค่ะ หลายต่อหลายครั้งที่เค้าชอบจับผิดแนน แนนทำอะไรก็ไม่ดีซักอย่างในสายตาเค้า เค้าจะชอบติแนนทุกอย่างตั้งแต่เรื่องเข้าห้องน้ำ จัดโต๊ะกินข้าว ไปจนถึงเรื่องที่แนนเล่นกีต้าร์ที่บ้านย่า (เค้ามาถามว่าเล่นกีต้าร์นี่มีคนอนุญาตให้เล่นแล้วหรอ แนนก็บอกไปว่าอนุญาตดิ ทำไมจะไม่มีใครอนุญาต ทุกคนก็เล่นได้ ทำไมแนนถึงเล่นไม่ได้ เค้าก็บอกไม่ใช่แนนเล่นไม่ได้แต่มีคนอนุญาตแล้วหรอ ทั้งๆที่ย่าที่ยืนอยู่แถวนั้นก็บอกว่าเล่นได้ เค้าก็ไม่ฟังแต่แบบมาถามซ้ำๆเซ้าซี้จนแนนรำคาญเลยวางกีต้าร์ไว้แล้วบอกว่าโอเค ไม่เล่นแล้ว จบนะ) เค้าจะชอบมาพูดว่าทำแบบนี้มันไม่ดีนะ ทำแบบนี้ไม่ได้นะ ทั้งๆที่ทุกคนในบ้านก็ทำรวมถึงตัวเค้าด้วย แต่แนนกลับทำไม่ได้ แนนพยายามมองข้ามแล้ว บอกตัวเองแล้วว่าเค้ายังเด็ก อาจจะไม่ได้เป็นแบบที่แนนคิดก็ได้ แต่พอเจอหลายๆครั้งเข้าแล้วสัญชาตญาณมันบอกค่ะว่าแบบนี้แหละที่เรียกว่าเด็กขี้อิจฉา (แนนป่าวใส่ร้ายหรืออะไรเลยนะ มองหลายมุมแล้วมันก็ออกมาแบบนี้จริงๆ) บางวันเค้าก็จะไปคุยกับโฮสแม่เรื่องอะไรไม่รู้เพราะแนนอยู่ในห้องเลยได้ยินไม่ค่อยชัด แต่บางทีก็ได้ยินว่ามันเกี่ยวกับเราด้วย บางทีถ้าเค้าโมโห อารมณ์ไม่ดี แนนทำอะไรก็จะดูขัดตาเค้าไปหมด เหมือนเวลาโกรธแล้วพาลอ่ะค่ะ พอเค้ามาลงที่แนน แนนก็จะตอบไปแค่ว่า อ๋อ เหรอ โอเค พูดแค่นี้แล้วเงียบ เค้าก็จะโกรธมากกว่าเดิมที่ทำอะไรแนนไม่ได้ เอาจริงๆคือตอนนี้แนนชินแล้วค่ะ พอเจอแบบนี้แนนจะไม่สนใจไปเลยซะมากกว่า ปล่อยให้เค้าอยู่แบบนั้นแหละ บางทีก็แอบสะใจดี ฮ่าๆๆ (แนนควรจะทำไงดีคะ ถ้าป้าออยตอบอีเมลด้วยจะดีมากๆเลยค่ะ ต้องการความช่วยเหลือมากๆค่ะจุดนี้)

 

  ตอนนี้ที่โรงเรียนเรียนรู้เรื่องมากขึ้นแล้วค่ะ อย่างที่บอกไปว่าวิชาที่แนนเจอนั้นโหดๆทั้งนั้นเลย ล่าสุดก็สอบประวัติศาสตร์มาค่ะ เกี่ยวกับประวัติศาสตร์อุรุกวัยเรื่อง Batllismo แนนก็ทำได้ดีพอสมควรค่ะ ได้ 4/10 ฮ่าๆๆ แต่โปรเฟบอกว่าดีแล้ว อ่านภาพรวมแล้วคือแนนเข้าใจมากกว่าเพื่อนร่วมห้องชาวอุรุกวัยแท้ๆอีกคนด้วยค่ะ ฮ่าๆๆ แนนสอบกับเพื่อนตลอดค่ะ ตั้งแต่มาถึงทั้งๆที่ยังไม่รู้เรื่องอะไรเลยจนกระทั่งตอนนี้ที่เริ่มเรียนได้แล้ว หลายคนบอกว่าจะสอบไปทำไม ยังไงเราก็ไม่เอาเกรดอยู่แล้ว แต่สำหรับแนนมันเป็นความท้าทายอีกรูปแบบหนึ่งค่ะ ฮ่าๆๆ คนที่นี่ยังไม่ค่อยเข้าใจเด็กแลกเปลี่ยนเท่าไหร่ โปรเฟหลายคนบอกแนนว่าต้องทำแบบฝึกหัดนะ ต้องอ่านหนังสือมาสอบกับเพื่อนนะ แนนก็โอเค ทำเท่าที่ตัวเองทำได้ ตอนนี้ก็พอเข้าใจอีกหลายๆวิชาแล้วทั้งฟีโลโซเฟีย เศรษฐศาสตร์ บัญชี แต่ที่ทำได้ดีที่สุดก็คือคณิตศาสตร์ค่ะ สอบที่ไรก็จะได้ 11 กับ 12 บ่อยๆ จนโปรเฟบอกว่าถ้าคราวหน้าได้ต่ำกว่า 11 ไม่ให้เข้าห้องเรียน ฮ่าๆๆ

 

 

กับเพื่อนชั้นม.6

  เดินทางกับโรงเรียนไปงานเปิดโลกการศึกษาสำหรับเด็กมัธยมปลายที่เมืองข้างๆค่ะ เมืองชื่อว่า Treinta y tres แปลว่า 33 เป็นชื่อที่มาจากทหารของ Artigas ทั้ง 33 คน (อารติกัสคือคนที่ต่อสู้จนทำให้อุรุกวัยหลุดพ้นจากอำนาจของสเปนค่ะ)

 

 

ตอนนี้กิจกรรมที่แนนทำเริ่มเยอะขึ้นแล้วค่ะ ตอนนี้แนนได้ไปเข้าร่วมชมรม Interact ที่เป็นคลับในเครือของ Rotary ที่โฮสน้องสาวแนนเป็นประธานคลับอยู่ ได้เจอกับเพื่อนใหม่ๆเยอะเลยค่ะ มีกิจกรรมทำแทบจะทุกวัน ถ้าถามว่าทำไมก่อนหน้านี้ไม่เข้าชมรมนี้ ตอบเลยว่าเพราะความสัมพันธ์กับน้องสาวยังไม่ดีเท่าที่ควรค่ะ แนนเลยไม่อยากเข้า แต่ตอนนี้มันเริ่มดีขึ้นแล้วเลยตัดสินใจว่าเป็นไงเป็นกัน ฮ่าๆๆ นอกจากอินเตอร์แร็คท์แล้ว แนนยังได้เข้าร่วมชมรมที่ชื่อว่า Oratorio ที่เป็นชมรมของโรงเรียนแนน ทั้งสองชมรมเป็นชมรมจิตอาสาทั้งนั้นเลยค่ะ ที่ออราโตริโอ้ก็ได้สนิทกับเด็กหลายๆคนในโรงเรียนมากขึ้นไปอีก ไปทำกิจกรรมด้วยกัน ทำงานร่วมกัน ได้เพื่อนอีกเพียบเลยค่ะ อย่างล่าสุดแนนก็มีกิจกรรมในงานวันเด็กกับอินเตอร์แร็คท์ นอกจากนั้นก็ได้โชว์เต้นกับกลุ่มเต้นฟลาเมนโก้ด้วยกันที่สวนกลางเมืองอีก เป็นวันหยุดสุดสัปดาห์ที่ยาวนาน เหนื่อยมากๆแต่ก็สนุกมากๆเลยล่ะค่ะ

 

 

ตอนจัดงานปาร์ตี้กับออราโตริโอ้ในวันเด็กค่ะ เป็นปาร์ตี้สำหรับเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี จัดได้ถึงแค่เที่ยงคืนเท่านั้น

เต้นโชว์กับเพื่อนกลุ่มฟลาเมนโก้ที่สวนสาธารณะกลางเมืองค่ะ

รูปนี้เป็นตอนที่ทำกิจกรรมกับอินเตอร์แร็คท์ คัดของที่ได้จากการบริจาคไปบริจาคให้กับเด็กตามโรงเรียนต่างๆ ในวันเด็กอีกทีค่ะ 

 

 

ตอนนี้อยู่มาได้ครึ่งทางแล้ว อะไรๆก็ดูจะดีขึ้นตามลำดับ มีช่วงนึงที่ท้อมาก บ่นกับเพื่อนว่าอยากกลับบ้านทุกวันแต่แนนก็ผ่านมันมาได้ มีเพื่อนคนนึงบอกแนนว่าถ้าเหงาเมื่อไหร่ก็มาบ้านเค้าได้นะ เค้าเป็นลูกคนเดียว พ่อแม่ทำงานตลอด บ้านเค้าพร้อมต้อนรับแนนเสมอ ถึงกับบอกว่าถ้าอยากย้ายโฮสก็ย้ายมาบ้านเค้าได้นะ ฮ่าๆๆ มีเพื่อนกลุ่มใหญ่ๆไว้ไปเที่ยวด้วยกัน เพื่อนที่คอยต้อนรับเรา ชวนเราทำนั่นทำนี่เสมอ ไหนจะคอนแทคของแนนที่แสนจะใจดีและคิดถึงแนนตลอดเวลา คอยให้คำปรึกษา คอยรับฟังแนน คอยปลอบแนนตอนแนนร้องไห้ แค่คิดว่าวันหนึ่งแนนต้องจากคนเหล่านี้ไปแนนก็ไม่อยากกลับแล้วค่ะ ฮ่าๆๆ แนนจะไม่มีวันได้มาเจอคนเหล่านี้เลยถ้าไม่ได้รับโอกาสจากเอเอฟเอสประเทศไทยที่เลือกแนนให้เป็นหนึ่งในหลายๆคนที่ได้มาเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ประสบการณ์ชีวิตใหม่ๆ แนนไม่รู้จะบอกอะไรนอกจากคำว่าขอบคุณมากๆนะคะ ขอบคุณที่ให้โอกาสเด็กคนนี้ ขอบคุณจริงๆค่ะ

 

คนนี้ชื่อลูเซียค่ะ เพื่อนคนที่บอกว่าอยากรับแนนไปอยู่ด้วย ฮ่าๆๆ เป็นคนที่จิตใจดีมาก แนนคิดว่าตัวเองสนิทกับคนนี้ที่สุดแล้ว มีอะไรเค้าก็รับฟัง คอยช่วยเหลือ ให้คำปรึกษา แนนมีเพื่อนสนิทเป็นคนอุรุกวัยแล้วนะคะ ฮ่าๆๆ 

อันนี้แถมค่ะ ฮ่าๆๆ จู่ๆ โปรเฟวิชาคณิตก็เขียนอะไรไม่รู้ยุกยิกๆบนกระดานแล้วก็เรียกแนนไปดู พอเห็นเท่านั้นแหละค่ะ ยิ้มจนปากฉีกไปถึงหูเลย ฮ่าๆๆ ไม่รู้เหมือนกันว่าเค้าจำได้ยังไงเพราะแนนเขียนให้ดูแค่ไม่กี่ครั้งเอง เป็นเรื่องเล็กๆที่ทำให้แนนมีความสุขมากๆค่ะ

 

 

 

 

 

 

07/09/2014 <3

 

 

 

 

edit @ 8 Sep 2014 02:59:39 by Naangsy