[AFS] จดหมายฉบับที่ 2

posted on 18 Jul 2014 01:57 by naangsy in Experiences

จดหมายฉบับที่ 2 (พฤษภาคม - มิถุนายน)

 

หลังจากที่ได้อ่านจดหมายของเพื่อนๆในกลุ่มนักเรียนทุนในเฟซบุ๊คแนนถึงรู้ว่าตัวเองลืมเล่าสิ่งที่สำคัญมากๆไปอย่างหนึ่ง นั่นคือเมืองที่แนนอยู่นั่นเองค่ะ ฮ่าๆๆ แนนอยู่ที่เมือง Melo เป็นเมืองหลักของ Cerro Largo ถ้าเทียบกับบ้านเราเซียรโร ลารโกก็จะเป็นจังหวัดและเมโลก็จะเปรียบเป็นอำเภอเมืองนั่นเอง คนที่นี่เป็นคนที่สุดๆมากค่ะ คือครอบครัวแนนเค้าเคยอยู่ที่ Montevideo เมืองหลวงของอุรุกวัยก่อนจะย้ายมาที่นี่ได้สองปี ทำให้นิสัยไม่ค่อยเหมือนคนที่นี่เท่าไหร่ คนที่นี่ปาร์ตี้กันหนักที่สุดในประเทศเลยก็ว่าได้ กฎหมายจราจรนี่ไม่จำเป็นเลยสำหรับเมโล มอเตอร์ไซค์จะเยอะมากและไม่มีใครใส่หมวกกันน็อคเลยทั้งๆที่กฎหมายบังคับ โฮสท์พ่อเคยพูดเล่นๆว่าเมโลเป็นเมืองที่มีอิทธิพลที่สุดในโลก แนนว่าจริงค่ะ ฮ่าๆๆ อย่างตอนที่ครอบครัวนี้ย้ายมาใหม่ๆ โฮสท์พ่อกับแม่นั่งกินข้าวอยู่ในร้านอาหาร มีผู้หญิงคนหนึ่งวิ่งมาขอความช่วยเหลือประมาณว่ามีผู้ชายเข้าไปในรถเค้าแล้วจะขโมยหรืออะไรซักอย่าง คนในร้านอาหารพูดว่าเดี๋ยวไปดูให้แล้วลุกกันพรึ่บเลยค่ะ ถือมีดถือซ่อมไปสำรวจเองเลยแทนที่จะโทรเรียกตำรวจ ตลกดีค่ะ ฮ่าๆๆๆ เมืองที่นี่จะว่าน่าอยู่ก็น่าอยู่เพราะเป็นเมืองเล็กๆ คนที่นี่เค้าเล่นเปิดประตูบ้านกันให้เห็นตัวบ้านข้างในเลยค่ะ โฮสท์พ่อบอกว่าเค้าไม่กลัวขโมยกันหรอกเพราะรู้จักกันทั้งเมือง บางวันเดินไปโรงเรียนก็ได้ดูทอมแอนด์เจอร์รี่จากบ้านนี้ บางวันเดินไปร้องเพลงไปก็มีคนโผล่หน้าออกมาจากหน้าต่างบ้านนี้ ทำเอาไม่กล้าร้องเพลงเวลาเดินไปกลับโรงเรียนเลยค่ะ ฮ่าๆๆ แต่ไอ้ที่ทำให้ไม่น่าอยู่นี่คือทางเดินค่ะ เพราะมันจะเต็มไปด้วยกาก้า (กาก้าภาษาสเปนคืออุจจาระ...) ของเหล่าน้องหมาทั้งหลาย บางทีไม่ได้เป็นกองนะคะแต่มันกระจายไปทั่วเลยเพราะคนนี้เดินมาเหยียบทีก็เช็ดที เช็ดไปเช็ดมาจนเต็มทางเดินเลยค่ะ มาแรกๆนี่เหยียบไปสองครั้งจนถึงตอนนี้สกิลการหลบหลีกกาก้านี่ขั้นเทพละค่ะ ฮ่าๆๆๆ

 

 

 รูปชุดนี้เกิดจากการเห็นบ้านสวยๆแล้วอยากถ่ายขึ้นมา คนที่นี่บอกจะถ่ายไปทำไมแค่บ้านเฉยๆ แต่มันสวยจริงๆถ้าเทียบกับบ้านที่ไทยเพราะเราไม่มีแบบนี้ ฮ่าๆๆ เกิดอยากได้นางแบบหรือนายแบบมาถ่ายกับโลเกชั่นที่นี่เลยค่ะ

 

 

การใช้ชีวิตตอนนี้ก็เริ่มสนุกแล้วค่ะ เมื่อไม่กี่อาทิตย์ที่ผ่านมาพึ่งจัดตารางตัวเองเสร็จ สรุปแล้วแนนมีเรียนจันทร์ถึงศุกร์เลิกบ่ายสอง จันทร์ พุธ ศุกร์ เล่นแฮนด์บอล อังคารมีเรียนเต้นฟลาเมนโก้ที่เป็นการเต้นของสเปน พฤหัสบดีเรียนสเปน (อันที่จริงเริ่มเรียนไปแล้วสามเดือนแต่ได้เรียนแค่ห้าครั้งเองมั้งคะเพราะครูยุ่งตลอด สรุปแล้วเรียนเองรุ่งกว่าค่ะ) แล้วก็ไปยิมแถวบ้านสองถึงสามวันต่อสัปดาห์ค่ะ เจอคนเยอะดี เจอเพื่อนใหม่ๆก็เยอะแต่ไม่ค่อยสนิทเพราะไม่ค่อยได้ไปไหนมาไหนด้วยกันซักเท่าไหร่ คนที่นี่ปาร์ตี้กันบ่อยมาก เรียกว่าทุกคืนวันศุกร์กับวันเสาร์เลยก็ว่าได้แต่แนนดันเป็นพวกชอบอยู่บ้านเพราะปาร์ตี้มันเริ่มดึกจนถึงเช้าและหลังจบปาร์ตี้มันเหนื่อยมากๆแบบวันนั้นจะนอนทั้งวันเลยไม่ค่อยอยากไป แต่ตอนนี้คิดว่าคงจะเริ่มออกบ้างแล้วเพราะไม่งั้นเดี๋ยวไม่มีเพื่อนค่ะ เหนื่อยก็ต้องทน ทำไงได้เค้าไม่อยู่บ้านตอนกลางคืนกัน ฮ่าๆๆ

 

 

เพื่อนกลุ่มนี้แหละค่ะที่ไปปาร์ตี้ด้วยกันแต่แนนไปไม่บ่อยเพราะขี้เกียจ5555555

 

รูปนี้รวมเด็กแลกเปลี่ยนค่ะ จากซ้ายไปขวา จีอาดา อิตาลี โนร่า เยอรมนี (แต่โนร่าเป็นเด็กวายเอฟยู) แนน และแมทดี้ อเมริกา

 

 

เรื่องภาษาที่จริงพูดได้ตั้งแต่มาแรกๆแล้วเพราะแนนเองก็เรียนจากเน็ตก่อนมาเหมือนกันแต่ที่บ้านจะพูดอังกฤษกันตลอดเพราะเค้าไม่รู้ว่าแนนพูดได้ ไอ้เราก็ไม่ได้บอกเค้าด้วยว่าให้หยุดพูดอังกฤษได้แล้ว จนมีวันนึงเพื่อนนักเรียนแลกเปลี่ยนจากอเมริกามานอนที่บ้าน แนนกับแมทดี้ก็คุยสเปนกันปกติเหมือนตอนอยู่โรงเรียนหรือตอนไปไหนมาไหนด้วยกัน (นางเป็นคนอเมริกาก็จริงแต่ห้ามพูดอังกฤษด้วยค่ะ ฮ่าๆๆๆ) แล้วโฮสท์อึ้งค่ะ เพราะแนนไม่เคยพูดสเปนแบบเป็นประโยคยาวๆหรือเล่าเรื่องราวต่างๆเป็นสเปนให้เค้าฟังเลย หลังจากวันนั้นมาก็คุยสเปนกันในบ้านตลอดแต่จะมีบ้างที่โฮสท์แม่หลุดพูดอังกฤษออกมา เอาจริงๆคือหลุดบ่อยมากจนน้องสาวกับน้องชายต้องคอยบอกตลอดว่า เอสปันญอล ฮ่าๆๆ โฮสท์จะชอบฟังแนนพูดค่ะเพราะเวลาแนนพูดมันจะไม่เสียงดังและรุนแรงเหมือนคนที่นี่ อารมณ์จะแบบซอฟท์ๆเหมือนกินฮอลล์รสน้ำผึ้งผสมมะนาว ตอนนี้ก็ฟังออกมากขึ้นแล้วค่ะ แต่ยังเม้าท์เร็วๆกับเพื่อนไม่ได้ หลายคนบอกว่าแนนได้ภาษาเร็วมันดีมากๆแต่แนนว่าไม่ได้ดีเลยค่ะ ได้เร็วแต่แบบอัดๆเข้าไปทำให้บางวันตกดึกมาแล้วปวดหัวมากๆ เหนื่อยจนไม่อยากคุยกับใครเลย สู้เรียนรู้ไปเรื่อยๆดีกว่า ตอนนี้ก็ได้แต่หวังว่ามันจะถึงจุดที่รู้สึกว่ามันคลิกแล้วพูดได้ฟังได้เหมือนคนที่นี่ซักที ถ้าถึงวันนั้นเมื่อไหร่แนนจะจดวันที่ไว้ตัวเท่าบ้านเลยค่ะ ฮ่าๆๆ

 

สองเดือนที่ผ่านมานี้แนนเดินทางบ่อยมากๆเลยค่ะ เมื่อปลายเดือนเมษายนที่ผ่านมาก็ได้มีโอกาสไปเข้าร่วมฟังการบรรยายจากดร.จักรินทร์ ศรีมูล คณบดีวิทยาลัยนานาชาติ ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาการค้าอาเซียนและลาตินอเมริกา (ซี-แลค) มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย หรือที่แนนโดนบังคับให้เรียกพี่เอก (ล้อเล่นค่ะ ฮ่าๆๆ) พี่เอกเป็นรุ่นพี่เอเอฟเอสด้วยค่ะ รุ่นที่ 28 ประเทศอเมริกา ที่มหาวิทยาลัย Universidad Católica del Uruguay ใน Montevideo พร้อมกับท่านทูต นายเมธา พร้อมเทพ เอกอัครราชทูตไทยประจำสาธารณรัฐอาร์เจนตินา ตอนเสร็จงานแล้วยังได้ไปทานอาหารเย็นด้วยกันอีกด้วย เป็นวันที่น่าจดจำมากค่ะเพราะแนนเองก็อยากทำงานทางด้านการทูต เลยได้โอกาสคุยกับท่านทูตไปหลายเรื่องเลย แถมท่านทูตยังใจดีซื้อของฝากเป็นน้ำปลา น้ำจิ้มไก่มาฝากด้วย อ้อ ได้เจอพี่ๆนักศึกษาคนไทยที่มาแลกเปลี่ยนที่อาร์เจนตินาด้วยค่ะ วันนั้นเหมือนเป็นวันรวมญาติเลย คุยภาษาไทยจนหายคิดถึงไปเลยค่ะ

  

 

 

 

เมื่อเดือนที่ผ่านมาก็ได้ไปเข้าค่ายกับเอเอฟเอสอุรุกวัยที่ Maldonado เป็นจังหวัดที่มีทะเลสวยๆอย่างที่ Punta del este แต่ไม่ได้ไปทะเลกันค่ะเพราะเป็นหน้าหนาว พวกเราเด็กแลกเปลี่ยนเก้าคนรวมกับเจ้าหน้าที่เอเอฟเอสและเด็กอุรุกวัยที่กำลังจะไปแลกเปลี่ยนอีก รวมทั้งหมดก็สามสิบกว่าคนได้ค่ะ เป็นสองวันที่มีความสุขมากๆที่ได้ใช้ชีวิตกับคนที่มีความฝันเดียวกัน กิจกรรมตลอดทั้งค่ายใช้ภาษาสเปนหมดเลยแต่แนนก็เข้าใจและตามได้ทุกอย่างค่ะ ฟังเค้าเม้าท์กันเข้าใจแต่ติดตรงที่ยังพูดไม่ค่อยเก่งเลยได้แต่หัวเราะกับพูดนั่นนี่นิดหน่อยแทน ค่ายนี้ก็ได้เจอใบไหมเด็กไทยด้วย แนนคิดว่าแนนกับใบไหมเจอกันบ่อยมากนะถ้าเทียบกับคนอื่นๆที่อยู่คนละเมืองกัน ฮ่าๆๆ นี่แบบห่างกันไกลมากแต่เจอกันแทบจะทุกเดือนเลยด้วยซ้ำ ค่ายเอเอฟเอสนี่แหละค่ะที่เป็นเหมือนตัวหล่อเลี้ยงหัวใจให้มีแรงสู้ต่อไป เดือนไหนเหนื่อยๆก็ได้แต่เฝ้ารอว่าวันไหนจะถึงวันที่ไปค่ายซักที เป็นการรอคอยที่แสนมีความสุขอีกอย่างหนึ่งค่ะ

 

 

นี่เป็นกิจกรรมของเด็กแลกเปลี่ยน SH2014 พึ่งมาได้สามเดือนเลยต้องแยกมาทำกิจกรรมด้วยกันเองก่อน เดี๋ยวไปรวมกับคนอื่นแล้วจะงงเอา ฮ่าๆๆ ในรูปมีแนน ใบไหม กับโทโมฮิโร่จากญี่ปุ่น ร่วมกับโวลันเทียร์อีกสามคนค่ะ

เล่นเกมกันระหว่างรอกินอาหารเย็น

สาวไทยโชว์ฝีมือการหั่นผักที่แสนจะโปรเฟชชันนอล ฮ่าๆๆ ขอแฉว่าใบไหมหั่นไม่เป็นค่ะ ฮ่าๆๆๆ

เล่นดนตรีกันหลังอาหารเย็นค่ะ ในรูปผู้หญิงสองคนตรงกลางจากซ้ายไปขวา เฟเดริก้า โฮสท์พี่สาวของแมทดี้ ไปอเมริกาปีนี้ ถัดมาลูเซียนา ไปเยอรมันปีนี้เหมือนกันค่ะ

รูปเซ็ทหั่นผักนี่ชอบมากค่ะ ยังมีอีกเพียบ ฮ่าๆๆ

นักเรียนแลกเปลี่ยนเอเอฟเอสทั้งหมดในอุรุกวัยค่ะ ขาดแมทดี้ไปเพราะวันนั้นแมทดี้ไปเที่ยวกับเอเอฟเอสอาร์เจนตินา จากซ้ายไปขวา ใบไหม ไทย มาร์วิน เยอรมนี จีอาดา อิตาลี ซาร่า เบลเยี่ยม ฟรอยดิส นอร์เวย์ โทโมฮิโร่ ญี่ปุ่น ดอมินิก เยอรมัน โอเว่น อเมริกา แนน ไทย

 

 

   กับครอบครัวก็ดีมากๆเลยค่ะ วันแม่ของที่นี่ที่ผ่านมาแนนก็ทำการ์ดให้โฮสท์แม่ด้วย เค้าประทับใจมากเลยค่ะที่ได้ของขวัญแบบนี้เพราะปกติลูกๆเค้าจะซื้อของให้ตลอด แนนก็บอกเค้าไปว่าสำหรับแนนแล้วสิ่งที่แนนทำให้จากใจมันมีค่ามากกว่าสิ่งของที่แนนซื้อให้อีก (ที่จริงคือไม่มีตังค์ ฮ่าๆๆ) กับโฮสท์พ่อนี่ก็เข้ากันเป็นปี่เป็นขลุ่ยเลยค่ะ ช่วงนี้ไม่ค่อยได้ร้องเพลงเล่นกีต้าร์ด้วยกันแต่เปลี่ยนมาดูบอลด้วยกันแทนค่ะ บอลโลกนี่เป็นอะไรที่คนที่นี่รอคอยมาก อุรุกวัยแข่งทีนี่ในถนนหลักของเมืองมีจอใหญ่ๆไว้ฉายให้คนดูด้วยแต่เสียทีที่แพ้คอสตา ริก้าไป 3-1 อุตส่าห์ไปโม้ไว้เยอะ ฮ่าๆๆ กับน้องชายก็เรื่อยๆค่ะ ดูหนังด้วยกัน ดูคลิปนั่นนี่ด้วยกัน บางทีก็หาอะไรไปให้เค้าดู อย่างตอนนี้ก็นั่งดูฮอร์โมนส์ด้วยกัน เป็นการเชื่อมความสัมพันธ์ไปอีกแบบค่ะ กับน้องสาวนี่หนักหน่อยเพราะมีปัญหากัน อันที่จริงคือแนนเองที่มีปัญหากับเค้าเพราะแนนอยากให้เค้าคุยกับแนนมากกว่านี้ คืออย่างที่บอกไปว่าเราแชร์ห้องนอนกันแต่ไม่ค่อยคุยกัน แรกๆแนนก็โอเคกับสภาพแบบนั้นแต่หลังๆมามันนอยด์ค่ะเพราะเราอยากสนิทกับเค้ามากกว่านี้ มันเป็นปัญหาเล็กๆก็จริงแต่พอมันสะสมไปเรื่อยๆมันส่งผลกระทบต่อความรู้สึกมากๆเลยค่ะ วันนั้นเลยตัดสินใจคุยกับเค้าให้รู้เรื่องไปเลย อันที่จริงมันเหมือนเป็นบุคลิกของเค้าที่ไม่ค่อยคุยกับใครเท่าไหร่แถมเค้าเป็นประธานชมรมอะไรซักอย่างของเมืองนี้ด้วยก็เลยทำงานหนัก กลับบ้านมาก็เหนื่อยไม่อยากคุยกับใคร แนนก็เข้าใจเค้าค่ะเลยบอกเค้าไปว่าสำหรับแนนมันเป็นปัญหาใหญ่นะที่ไม่คุยกันแบบนี้ แนนรู้สึกแบบนี้นะ อยากให้เค้าเข้าใจแนนเหมือนกัน เค้าก็เลยบอกว่าเค้าจะปรับ เรามีเวลาอยู่ด้วยกันอีกเยอะ ต่อไปนี้มันจะดีขึ้น เราจะปรับมันไปด้วยกันนะ น้ำตานี่ไหลเลยค่ะ แล้วก็กอดกันทั้งน้ำตาแถมยังหัวเราะด้วยที่ร้องไห้กันเป็นเด็กๆแบบนี้ ก็จบด้วยดีค่ะ สำหรับเรื่องนี้ใช้เวลาคิดอยู่หลายเดือนว่าจะคุยดีมั้ยแต่สุดท้ายพอคุยจริงๆแล้วใช่เวลาไม่ถึงสิบนาทีเลยด้วยซ้ำในการแก้ปัญหา เลยจำได้ขึ้นใจว่าต่อไปนี้มีอะไรก็ต้องบอกให้หมดเพราะเค้าไม่สามารถรับรู้ถึงสิ่งที่อยู่ในใจเราได้ เป็นหนึ่งในสิ่งที่ภูมิใจมากๆเลยค่ะที่ได้ทำ

 

มาถึงตรงนี้ก็ต้องขอขอบคุณเอเอฟเอสประเทศไทยมากๆเลยนะคะที่ให้โอกาสดีๆแบบนี้กับแนน สัญญาว่าแนนจะทำปีนี้ให้เป็นปีที่ดีที่สุด ถึงจะทุกข์จะเศร้าแนนก็จะผ่านมันไปให้ได้ ขอบคุณมากจริงๆนะคะ 

 
 
 
 
 
 
 
17/07/2014 <3

edit @ 18 Jul 2014 02:46:20 by Naangsy

Comment

Comment:

Tweet