[AFS] จดหมายฉบับที่ 3

posted on 07 Sep 2014 23:21 by naangsy in Experiences
จดหมายฉบับที่ 3 (กรกฎาคม - สิงหาคม)
 
 

ฉบับนี้จะเล่าย้อนไปถึงปลายเดือนมิถุนายนที่ไปเข้าค่ายที่อาร์เจนตินา ขอบอกว่ามีเรื่องสนุกๆเพียบเลยค่ะ นอกจากจะได้ไปอาร์เจนตินาแล้วแนนยังได้ไปบราซิล คราวนี้ไม่ได้ไปแค่ชายแดนแต่ไปเที่ยวที่บราซิลเลย แถมยังได้ไปค้างที่บ้านยายกับบ้านย่าที่อยู่อีกเมืองด้วย เดินทางบ่อยจนจะหายเมารถแล้วค่ะ ฮ่าๆๆ

เริ่มจากค่ายที่อาร์เจนตินา ค่ายนี้เป็นค่ายมิดสเตย์ที่เด็กอุรุกวัยจัดกันไปเรียบร้อยแล้วแต่พอดีว่าโวลันเทียร์ทางอุรุกวัยได้ประสานไปทางโวลันเทียร์อาร์เจนตินาว่าขอเข้าค่ายของทางโน้นด้วยได้มั้ย พอเค้าตกลงเราก็ดีใจกันเลยค่ะ ไม่ใช่อะไรหรอก คือจะได้ไปเที่ยวกันแล้ว ฮ่าๆๆ แต่ยังไม่ทันได้ไปไหนปัญหาก็มาเยือนเลยค่ะ ตอนที่ไปทานข้าวกับท่านทูตเมธา พี่บีที่ทำงานกับท่านทูตก็บอกแนนกับใบไหมว่าให้ดูพาสปอร์ตตัวเองด้วยว่าเป็นแบบเข้าประเทศได้หลายครั้งหรือเข้าได้แค่ครั้งเดียว แนนก็โอเค เดี๋ยวจะกลับไปดู พอรู้ข่าวว่าจะได้ไปเข้าค่ายที่อาร์เจนตินาเลยเอาพาสปอร์ตออกมาดู เท่านั้นแหละค่ะ งานเข้าทันทีเลย คือแนนหาไม่เจอว่าดูตรงไหน ฮ่าๆๆๆๆ เลยถ่ายรูปตรงวีซ่าอุรุกวัยแล้วส่งไปให้พี่บีดู พี่บีก็บอกว่าเดี๋ยวขอเช็คก่อนแป๊บ พอพี่บีทักแชทมาเท่านั้นแหละค่ะ งานเข้าจริงๆ พี่บีบอกว่าวีซ่าแนนกับใบไหมหมดไปตั้งแต่เดือนเมษาแล้ว ต้องไปต่อวีซ่าเท่านั้นถึงจะเดินทางไปเข้าค่ายได้ แนนก็กังวลสิคะเพราะต้องเสียค่าปรับตอนไปต่อวีซ่าด้วย เลยตัดสินใจไปบอกโฮสแม่แล้วให้เค้าคุยกับแพททริเซียที่เป็นโวลันเทียร์ใหญ่ที่ดูแลเด็กเอเอฟเอสในอุรุกวัย พอตกดึกมาเค้าก็โทรมาบอกว่าไม่มีปัญหานะ แนนกับใบไหมไปเข้าค่ายได้เพราะเค้ามีกระดาษอะไรซักอย่างที่ทำให้เรากลับเข้าประเทศได้ แต่แนนก็สงสัยอยู่ดีว่าสรุปแล้ววีซ่าของเราต่อรึยัง ตอนแรกแนนคิดว่าต่อแล้วเพราะมีช่วงนึงที่แนนเดินทางไปทำเอกสารกับแพททริเซียที่เมืองหลวง แต่พี่ใหม่รุ่นพี่อุรุกวัยบอกว่าตอนพี่ใหม่มาก็ไม่ได้ต่อเพราะแพททริเซียไม่ได้บอกอะไรเลย ตอนขากลับประเทศไทยพี่เค้าต้องเสียค่าปรับไปหลายดอลล่าร์เพื่อออกจากประเทศ แนนก็คิดอยู่ค่ะว่าจะถามให้รู้เรื่องไปเลยว่าสรุปแล้วมันเป็นยังไง ทริปนี้เป็นช่วงบอลโลกพอดีค่ะ แนน จีอาดา แมทดี้ พวกเราออกเดินทางตอนกลางคืนจากเมโลไปถึงมอนเตวีเดโอตอนสายๆ พอตกบ่ายเราก็ไปทำกิจกรรมที่ทางเดินริมหาด (ภาษาสเปนเรียกว่า La rambla) เพื่อเชิญชวนคนให้มาสมัครเป็นโฮสท์แฟมมิลี่เพราะเดือนสิงหานี้มีเด็กแลกเปลี่ยนมาลงที่อุรุกวัย 8 คนแต่ยังได้โฮสท์กันไม่ครบ เราเลยต้องช่วยกันสุดแรงเลยค่ะเพราะอุรุกวัยเป็นประเทศเล็กๆที่มีแพททริเซียเป็นคนดูแลและต้องดูแลทั้งประเทศ ไม่มีแบ่งเป็นเขตเหมือนที่อาร์เจนตินาหรือที่ไทย พอเย็นมาเราก็ไปรวมตัวที่อพาร์ทเมนท์ของโวลันเทียร์คนนึงเพื่อดูบอลโลกแมทช์ที่อุรุกวัยแข่งกับอังกฤษแล้วชนะไปด้วยสกอร์ 2-1 เป็นแมทช์แรกที่ซัวเรซลงเล่นด้วย พอจบเกมเราก็ออกไปเดินทัวร์ตามถนน คนที่นี่เค้าฉลองกันใหญ่มากยังกะได้แชมป์เลยค่ะ ฮ่าๆๆ มีทั้งขบวนพาเหรดที่ทุกคนร้องเพลงเชียร์อุรุกวัยกัน ไหนจะรถยนต์ที่วิ่งแล้วบีบแตรดังระงมไปทั่วเมืองอีก

 

พอดีวันนั้นเอาอูคูเลเล่ไปเล่นด้วยแล้วมีลุงคนนึงมาขอซื้อต่อค่ะ บอกจะให้มากกว่าราคาที่แนนซื้อมาสองสามเท่าเลยแต่แนนไม่ขายค่ะเพราะตัวนี้พ่อซื้อให้ 

 เป็นทางการนิดนึง

เต็มที่ค่ะเซ็ทนี้ ฮ่าๆๆ

  

  

จากนั้นเราก็เก็บของไปที่บัสเทอร์มินัลเพื่อรอรถไปอาร์เจนตินา การเดินทางไปอาร์เจนตินาจะมีสามแบบหลักๆ คือนั่งเครื่องบินจากมอนเตวีเดโอไปลงที่บัวโนสไอเรส นั่งบัสที่แนนจำไม่ได้แล้วว่าใช้เวลากี่ชั่วโมงไปลงที่บัสเทอร์มินัลในบัวโนส และนั่งบัสไปลงที่โคโลเนียที่เป็นเมืองท่าของอุรุกวัยแล้วต่อเรือเฟอร์รี่ข้ามฟากไปอาร์เจนตินา พวกเราไปแบบนั่งบัสต่อเดียวค่ะถึงที่นั่นก็ประมาณหกโมงเช้าได้ พอถึงพวกเราก็รอโทโมฮิโร่ โอเว่น และซาร่า เด็กแลกเปลี่ยนจากอุรุกวัยอีกสามคน ทริปนี้ไปกันทั้งหมด 10 คน รวมโวลันเทียร์ 3 คน หลังจากนั้นก็ไปรวมตัวกันที่ออฟฟิศเอเอฟเอสของเขตเรเดส แนนกับใบไหมเราเจอของหลายอย่างมากค่ะที่เป็นของประเทศไทย ทั้งธงประเทศไทย หนังสือที่เกี่ยวกับเมืองไทย รู้สึกภูมิใจไม่น้อยเลย เสร็จจากที่ออฟฟิศเราก็มีแพลนไปเดินชมเมืองกันค่ะเพราะจริงๆแล้วค่ายมันเป็นวันเสาร์และวันอาทิตย์แต่พวกเราไปถึงวันศุกร์ก็เลยมีทริปเล็กๆที่จัดโดยโวลันเทียร์ของเขตเรเดสเพื่อพวกเราชาวเอเอฟเอสอุรุกวัยโดยเฉพาะ ทั้งเดินชมเมืองจนขาแทบหลุด นั่งรถไฟฟ้าใต้ดินที่เก่ามากๆ (ที่บัวโนสเรียกว่า Subte) แถมบางทีมีเด็กเดินมาขายของแบบวางของไว้ที่ตักเราด้วย (ตรงนี้แอบช็อคนิดๆค่ะ) ไปกินอาหารในแถบที่ขึ้นชื่อว่าถูกมาก (อาหารในอุรุกวัยแพงกว่าที่บัวโนสเป็นสองเท่าเลยค่ะ) และเดินตามหาสตาร์บัคทั่วเมืองเพราะแมทดี้และโอเว่นที่เป็นเด็กอเมริกาอยากกินมากๆ ทริปนี้พวกเราชาวเอเอฟเอสอุรุกวัยเหมือนบ้านนอกเข้ากรุงเลยค่ะ ฮ่าๆๆ เพราะบัวโนสเป็นเมืองใหญ่ที่มอนเตวีเดโอเทียบไม่ติดเลย เดินเล่นไปร้องเพลงไป มีความสุขมากๆเลยค่ะ อ้อ มีนิสัยอีกอย่างของคนอุรุกวัยคือข้ามถนนไม่ดูไฟจราจรค่ะ โดนโวลันเทียร์อาร์เจนตินาเอ็ดบ่อยมาก เค้าบอกว่าพวกเธออยู่อาร์เจนตินานะไม่ใช่อุรุกวัย ก่อนข้ามถนนก็มองบ้าง ฮ่าๆๆ จบวันแห่งการทัวร์เมืองด้วยการแยกย้ายกันไปนอนที่บ้านของโวลันเทียร์ แนน ใบไหม แมทดี้ เราไปนอนที่บ้านของโวลันเทียร์ที่ชื่ออันนา เค้าเคยไปแลกเปลี่ยนที่นิวซีแลนด์และมีเพื่อนสนิทเป็นคนไทยด้วยค่ะ

  

ชอบกำแพงลายนี้ที่ออฟฟิศของเขตเรเดสในอาร์เจนตินามากๆค่ะ แฉอีกรอบว่าในรูปของใบไหมชี้ไปที่พม่าค่ะ ฮ่าๆๆๆๆ ส่วนรูปสุดท้ายนี่ถ้าจำไม่ผิดคือมีคนหัวเราะแนน รูปเลยออกมาเป็นแบบนี้ ฮ่าๆๆ 

นี่คืองานอดิเรกของพวกเราชาวเอเอฟเอสอุรุกวัยค่ะ ฮ่าๆๆ But first, let me take a selfie..

เดินทั่วเมืองตามหาสตาร์บัคส์ค่ะ รูปบนนี่สาขาแรกที่ไปมันปิด ทุกคนเลยเศร้ากันเป็นแทบๆ ฮ่าๆๆ รูปล่างนี่เป็นอีกสาขาที่เดินหาจนเจอค่ะ ทุกคนสนุกสนานมากแต่แนนกับใบไหมไม่ได้อยู่ในรูปนี้เพราะมันแพงเราสองคนเลยไม่ซื้อ เลยไปเดินเล่นกันใกล้ๆ พอกลับมาดันโดนดุอีก ฮ่าๆๆ

เซลฟ์ฟี่กับเมสซี่ค่ะ เขินมาก ฮาาาาาา

ข้างขวานี่บัตรขึ้นรถไฟใต้ดินค่ะ ตกเที่ยวละ 5 เปโซอาร์เจนตินา (คูณ 4 เข้าไป) ก็ตกเที่ยวละ 20 บาทไทย ไปได้ทุกสถานี แต่ความสะอาด สภาพรถไฟ ความปลอดภัย MRT บ้านเราวินกว่าใสใสเลยค่ะ ถึงจะแพงกว่าก็เถอะ

โวลันเทียร์ที่อาร์เจนตินาพาไปกินอาหารในแถบที่ขึ้นชื่อว่าถูกมากค่ะ แฮมเบอร์เกอร์อันนี้ที่แนนกินเป็นแฮมเบอร์เกอร์แบบคอมพลีท มีเนื้อ ไข่ดาว บลาๆๆ เราเติมผักเองได้ตามใจชอบ แล้วมีผักหลายแบบด้วย ที่เด็ดคือมีซอสเผ็ดที่ใช้พริกแบบบ้านเราทำด้วย อร่อยมากๆค่ะ แฮมเบอร์เกอร์แบบคอมพลีทนี้ตกอันละ 25 เปโซอาร์เจนติน่า (ตอนนี้ค่าเงินอยู่ที่ 1 เปอาร์เจน = 3.82 บาทไทย คิดง่ายๆก็คูณ 4 เลยค่ะ) เท่ากับ 100 บาทไทย หรือ 75 เปอุรุกวัย (1 เปอาร์เจน = 2.88 เปอุรุกวัย คูณ 3 เข้าไป) ที่บอกว่าแพงกว่าก็เพราะ 1 เปอุรุกวัย = 1.33 บาทไทย คูณ 2 เข้าไป ก็เท่ากับ 150 บาทไทย สรุปแฮมเบอร์เกอร์อันบิ๊กๆแบบนี้ กินที่อาร์เจนจ่ายไป 100 บาท ถ้าหากินที่อุรุกวัยต้องจ่ายไป 150 บาท แต่โทษทีค่ะ หาไม่เจอหรอกเพราะ 75 เปอุรุกวัยนี่ซื้อแฮมเบอร์เกอร์แบบนี้ไม่ได้  

นี่คือแบบจำลองของน้ำตกอิกวาซู น้ำตกที่ตั้งอยู่ในพรมแดนระหว่างอาร์เจนตินากับบราซิลค่ะ

 

 สะพาน Puente de la Mujer

 

 

  พอตื่นเช้ามาก็เป็นวันที่เราต้องทำกิจกรรมในค่ายกัน ซักพักก็เริ่มมีเด็กแลกเปลี่ยนทยอยมาถึงที่ออฟฟิศ ได้เจอคะนิ้งกับมุกที่เป็นเด็กไทยด้วย เราเลยกลายเป็นสี่สาวไทยท่ามกลางฝรั่งค่ะ ฮ่าๆๆ แนนได้รู้จักกับเด็กผู้ชายจากสวีเดนคนนึง ชื่อมาร์คุส เค้าถามแนนว่าอยู่มากี่เดือนแล้ว แนนก็ บอกไปว่าสี่เดือน พอได้ยินเค้าก็ตกใจค่ะแล้วถามว่าทำไมพูดได้เร็วจัง เค้าบอกว่าปกติมันยากสำหรับเด็กไทยไม่ใช่เหรอกว่าจะพูดกันได้ แนนก็เลยบอกไปว่ามันก็ไม่ได้ยากมากมายนะ เค้าเข้าใจผิดแล้วล่ะค่ะ เด็กไทยก็ไม่ได้แพ้เด็กชาติอื่นเหมือนกันนะ ฮ่าๆๆ คุยไปคุยมาเลยรู้ว่าเค้าเคยไปเที่ยวกระบี่มาด้วย เค้าชอบกินผัดไทยมากๆถึงขนาดที่ว่าไปร้านอาหารไทยแถวบ้านที่สวีเดนทุกอาทิตย์เพื่อไปกินผัดไทยเลย แล้วก็ได้รู้จักกับเด็กผู้ชายจากเยอรมนีอีกคน คนนี้ไม่ได้สนิทมากมายค่ะแค่รู้จักผิวเผินแต่เอาจริงๆคือเค้าชื่ออะไรแนนยังไม่รู้เลย ฮ่าๆๆ คนนี้ก็เคยไปเที่ยวประเทศไทยมาด้วย เค้าพูดคำว่าขอบคุณครับได้แล้วไหว้ให้แนนดูด้วย แนนเลยสอนคำว่าสวัสดีครับไปอีกคำ (อันที่จริงสอนคำว่าสวัสดีครัช ฮ่าๆๆ) พวกเราก็ทำกิจกรรมต่างๆกัน กินพิซซ่า มีพักดูฟุตบอลแมทช์ที่อาร์เจนตินาแข่งด้วยแต่พวกเราร้องตะโกนเชียร์อุรุกวัยแทน ก็เกรียนๆกันไปค่ะ เฮฮาดี จากนั้นก็มีคลาสเรียนแทงโก้ที่เป็นการเต้นที่ขึ้นชื่อของที่นี่ ขอบอกว่าหลงรักแทงโก้เต็มๆเลยค่ะ แนนได้เต้นกับเด็กผู้ชายที่ไหนไม่รู้ ไม่ใช่คนของเอเอฟเอสด้วย เค้าบ้าพลังมากๆ พอครูที่สอนถามว่าคู่ไหนจะออกมาโชว์บ้างเค้าก็ลากแนนออกไปทั้งๆที่ตัวเองยังเต้นไม่เป็นเลย ฮ่าๆๆ พอตกดึกมาเราก็ไปนอนกันที่โฮสเต็ลค่ะ อารมณ์เหมือนโรงแรมเล็กๆแต่เราต้องแชร์พื้นที่กับทุกคนที่เข้ามาพัก ทั้งโต๊ะกินข้าว ทีวี ห้องครัว ห้องน้ำ ยกเว้นห้องนอน เราก็กินอาหารที่เป็นฮอทด็อกกับขนมปังราดมายองเนสกับซอสมะเขือเทศ (เรียกว่า Pancho) มีปาร์ตี้เล็กๆ ร้องเพลง เล่นกีต้าร์กัน เป็นวันที่มีความสุขสุดๆเลยค่ะ

  

คนนี้ค่ะมาร์คุส มาถึงพร้อมพวกเราแต่พูดได้คล่องมากๆเลยค่ะ

มาร์คุสโดนจับมัดจุก ฮ่าๆๆ เค้าเป็นคนที่น่ารักมากๆเลยค่ะ พึ่งมาจำได้ทีหลังว่าคนนี้แหละที่แบ่งช็อกโกแลตให้พวกเรากินตอนมาถึงบัสเทอร์มินัลในอาร์เจนตินาวันแรกๆเลย ส่วนรูปสุดท้ายนี่ขอเซ็นเซอร์หน้าตัวเองหน่อยค่ะ หน้าป่วยเกินไป ฮ่าๆๆ

 

 

  เช้ามาเราก็ทำกิจกรรมต่อพอตกบ่ายก็ถึงเวลาปิดค่าย ตอนนั้นรู้สึกใจหายมากๆค่ะเพราะเพื่อนบางคนที่เราสนิทด้วยอย่างมาร์คุสก็ต้องแยกย้ายกัน ก่อนกลับเค้าก็บอกเรานะว่าแล้วเจอกันแต่เราก็ไม่แน่ใจไงคะว่าจะได้เจอกันจริงๆรึป่าว แนนเลยวาดรูปการ์ตูนเล็กๆให้เค้าไป และแล้วก็ถึงเวลาแจกของที่ระลึก แนนจำไม่ได้แล้วว่าพกเงินไทยมากี่บาท เป็นแบงค์ยี่สิบประมาณเกือบสองร้อย ก็ให้เพื่อนแลกเปลี่ยนอุรุกวัยด้วยกัน ทุกคนทึ่งมากแล้วชมใหญ่เลยว่าสวยจริงๆ แล้วพอดีมีเหรียญที่ติดกระเป๋ามาด้วย แนนก็แจกเลยค่ะ ให้โวลันเทียร์อาร์เจนตินาไป ฮ่าๆๆ นอกจากเราจะมีของให้แล้วทางโวลันเทียร์อาร์เจนตินาก็ให้ของเราเหมือนกันค่ะ มันคือผงน้ำผลไม้ที่อยู่ในซองที่เหลือจากในค่ายนั่นแหละ แล้วเอามาเขียนว่าของที่ระลึกจากค่าย ซึ้งมากกกกกกกค่ะ ฮ่าๆๆ วันนั้นเป็นวันสุดท้ายในอาร์เจนตินาเราเลยไปเดินเที่ยวกันอีกครั้งค่ะ ก่อนจะเก็บของไปรอรถที่บัสเทอร์มินัล พอถึงเวลารถออกก็ต้องใจหายอีกครั้งเพราะต้องลากับโอเว่นและซาร่าที่เป็นเด็ก NH2013 ซึ่งพวกเค้าต้องกลับประเทศช่วงเดือนกรกฎา ก็กอดกันบอกลากันไป ใจหายอีกรอบเลยค่ะ

 

 

 

  แต่ที่ใจหายมากๆจนถึงกับต้องเสียน้ำตาก็คือตอนที่โนร่า มาร์วิน แมทดี้ และจีอาดาต้องกลับประเทศ เราเป็นเด็กแลกเปลี่ยนที่สนิทกันมากๆค่ะเพราะอยู่เมืองเดียวกัน โดยเฉพาะแนนกับแมทดี้ วันที่จัดงานเลี้ยงส่งให้แมทดี้แนนได้ทำวีดีโอให้แมทดี้ด้วย เรากอด